>>> ปลาน้ำจืด <<<

โดย : นางสาวนงเยาว์ มูนจันทา

โรคและการรักษาปลาหมอ

การป้องกันโรค

โดยทั่วไปโรคปลาหมอไทยมักแพร่ระบาดในฤดูฝน ในทางปฏิบัติ เกษตรกรควรใช้เกลือเม็ดหว่านลงในบ่ออัตรา 80 กิโลกรัม ต่อไร่ ร่วมกับการใช้ปูนขาว อัตรา 20 กิโลกรัมต่อไร่ ละลายในน้ำแล้วสาดให้ทั่วบ่อ อย่างไรก็ตาม โรคที่เกิดขึ้นในบ่อเลี้ยงปลาหมอไทยมักเกิดจากปรสิตภายนอก เชื้อรา และแบคทีเรีย ต่อไปนี้

โรคจุดขาว

อาการ ปลาจะมีจุดสีขาวขุ่นขนาดเท่าหัวเข็มหมุด กระจายอยู่ตามลำตัวและครีบ สาเหตุ เกิดจากเชื้อโปรโตซัว ที่กินเซลล์ผิวหนัง การป้องกันและรักษา เนื่องจากปรสิตชนิดนี้จะฝังตัวอยู่ใต้ผิวหนัง การกำจัดได้ผลไม่เต็มที่ วิธีที่ดีที่สุด คือการทำลายตัวอ่อนในน้ำ หรือทำลายตัวแก่ขณะว่ายน้ำอิสระ โดยการใช้ฟอร์มาลิน 150-200 ซีซีต่อน้ำ 1000 ลิตร แช่ไว้ 1 ชั่วโมง และแยกปลาที่เป็นโรคออกจากบ่อ

โรคจากเห็บระฆัง

อาการ ปลาจะเป็นแผลตามผิวหนังและเหงือก สาเหตุ เกิดจากเห็บระฆังเข้าไปเกาะตามลำตัวและเหงือก

การป้องกันและรักษา ปรสิตชนิดนี้จะแพร่ได้รวดเร็ว และทำให้ปลาตายได้ในระยะเวลาอันสั้น และมีการติดต่อระหว่างบ่อที่ใช้อุปกรณ์ร่วมกัน การกำจัดทำได้โดยใช้ฟอร์มาลิน 150-200 ซีซี ต่อน้ำ 1000 ลิตร แช่ไว้ 1 ชั่วโมง

โรคตกเลือดตามซอกเกล็ด

อาการ ปลาจะมีแผลสีแดงเป็นจ้ำๆ ตามลำตัวโดยเฉพาะที่ครีบและซอกเกล็ด ถ้าเป็นแผลเรื้อรังอาจมีอาการเกล็ดหลุด บริเวณรอบๆ และด้านบนของแผลจะมีส่วนคล้ายสำลีสีน้ำตาลปนเหลืองติดอยู่  สาเหตุ เกิดจากปรสิตเซลล์เดียวที่อยู่ร่วมกันเป็นกลุ่มหรือกระจุก

การป้องกันและรักษา

1. ใช้เกลือเม็ด 5-10 กิโลกรัม ต่อน้ำ 1000 ลิตร แช่ไว้ 48 ชั่วโมง

2. ใช้ฟอร์มาลิน 25-40 ซีซี ต่อน้ำ 1000 ลิตร หลังจากแช่ยาแล้ว ถ้าปลามีอาการไม่ดีขึ้น ควรเปลี่ยนน้ำแล้วพักไว้ 1 วัน จากนั้นจึงใส่ยาซ้ำอีก 1-2 ครั้ง

โรคจากเชื้อรา

อาการ ปลาจะมีแผลเป็นปุยขาวๆ ปนเทา คล้ายสำลีปกคลุมอยู่ สาเหตุ เกิดจากเชื้อรา

การป้องกันและรักษา

1. ใช้มาลาไคท์กรีน 0.1-0.15 กรัม ต่อน้ำ 1000 ลิตร แช่ 24 ชั่วโมง

2. ใช้ปูนขาว 20 กิโลกรัมต่อไร่ เพื่อปรับคุณภาพของน้ำในบ่อเลี้ยง

 

credit: http://www.kasetporpeang.com/forums/index.php?topic=1194.0

แสดงความคิดเห็น »

โรคและการรักษาของปลานิล

1. โรคที่เกิดจากปรสิต

 

อาการ

-พบตามลำตัว ครีบ หรือเงือก

-ทำอันตรายต่อเนื้อเยื่อปลาบริเวณที่ปรสิตเกาะ

-ถ้าพบที่เหงือก จะขัดขวางการแลกเปลี่ยนออกซิเจนของเหงือก

-ปลามีการขับเมือกเพิ่มมากขึ้น

การรักษา

-ปรสิตภายนอก ใช้ฟอร์มาลีน 25-50 ซีซี ต่อ น้ำ 1 ตัน สาดให้ทั่วบ่อ

-ปรสิตภายใน ใช้ยาถ่ายพยาธิผสมให้กินติดต่อกันนาน

2. โรคที่เกิดจากแบคทีเรีย

อาการ

-ไม่กินอาหาร

-ท้องบวม ภายในมีของเหลวจำนวนมาก

-ว่ายน้ำเชื่องช้า เป็นวงกลม หรือว่ายอยู่บริเวณผิวน้ำ

-เป็นแผลที่ผิวหนัง และกล้ามเนื้อ

-ตาโปน ขุ่นขาว

การรักษา

-โรคติดเชื้อแบคทีเรีย ใช้ยาต้านจุลชีพผสมในอาหารให้กินติดต่อกันนาน 5-7 วัน

 

credit: http://www.fisheries.go.th/if-phayao/disease/d_nile.htm

แสดงความคิดเห็น »

การป้องกันและดูแลรักษาปลาจีน

การป้องกัน

เมื่อได้ปล่อยปลาลงเลี้ยงการป้องกันควรมีลวดตาข่ายถี่หรืออวนกั้นล้อมขอบบ่อจะช่วยให้ปลารอดตายมากขึ้น ฤดูร้อนปลากินอาหารดีมีอัตรา การเจริญเติบโตเร็วกว่าฤดูฝนและฤดูหนาว ในฤดูฝนเวลาเช้าปลามักจะลอยบนผิวน้ำเป็นประจำ เนื่องจากอากาศครึ้มออกซิเจนในน้ำมีน้อยไม่เพียงพอกับความ ต้องการของปลาส่วนฤดูร้อนและฤดูหนาวอากาศแจ่มใส มีแสงแดดพรรณไม้น้ำและพืชที่มีสีเขียวสามารถปรุงอาหารได้ในเวลาเดียวกันก็จะคายออกซิเจนออก ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อปลาและสิ่งที่มีชีวิตซึ่งอาศัยอยู่ในน้ำ

ข้อควรพึงระวังเกี่ยวกับการเลี้ยงปลาจีน

1.ศัตรู ผู้เลี้ยงปลาจะประสบความสำเร็จและได้ผลกำไรมากหรือน้อยนั้น ศตรูเป็นสิ่งสำคัญที่ระมัดระวังโดยเฉพาะ นก งู กบ และปลากิน เนื้อบางชนิด เช่น ปลาช่อน ปลาไหล ฯลฯ

2.น้ำเสีย เมื่อสังเกตเห็นปลาลอยหัวบนผิวน้ำติดๆกัน 3 วัน ในเวลาเช้าแสดงว่าน้ำเสียปริมาณออกซิเจนไม่เพียงพอกับความต้องการของ ปลาควรเปลี่ยนน้ำใหม่

3.อาหาร ควรให้อาหารประจำทุกวันและกำจัดเศษอาหารที่เหลือหากปล่อยทิ้งไว้น้ำอาจเสียได้

4.ขโมย เนื่องจากเป็นปลาราคาดีและจำหน่ายได้ง่าย ผู้เลี้ยงมักจะถูกแกล้งและถูกขโมย ซึ่งเป็นเหตุให้ผู้เลี้ยงขาดทุน

credit: http://www.bestfish4u.com/best-fish-information-jeen.php

แสดงความคิดเห็น »

โรคของปลาแรด

โรคและศัตรของพันธุ์ปลาแรด

การเลี้ยงปลาแรดไม่ปรากฎว่ามีโรคระบาดร้ายแรง จะมีบ้างเมื่อลูกปลายังมีขนาดเล็ก คือเชื้อราศัตรู ปลาแรดเป็นปลาที่มีนิสัยเชื่องช้า จึงมักตกเป็นเหยื่อของปลาอื่นที่กินเนื้อเป็นอาหารซึ่งมีขนาดใหญ่กว่า เช่น ปลาช่อน ปลาชะโด ปลาบู่ ปลากราย ปลากะสง นอกจากนี้มีกบ เขียด เต่า ตะพาบน้ำ และนกกินปลา เป็นต้น

 

 

ปลาแรดที่เป็นโรค

credit: http://www.bestfish4u.com/best-fish-information-rat.php

แสดงความคิดเห็น »

โรคปลาดุกอุย

ในกรณีที่มีการป้องกันอย่างดีแล้วแต่ปลาก็ยังป่วยเป็นโรค ซึ่งมักจะแสดงอาการให้เห็น โดยแบ่งอาการของโรคเป็นกลุ่มใหญ่ ๆ ดังนี้

1. อาการ ติดเชื้อจากแบคทีเรีย จะมีการตกเลือดมีแผลตามลำตัวและครีบ ครีบกร่อน ตาขุ่น หนวดหงิกกกหูบวม มีน้ำในช่องท้อง กินอาหารน้อยลง หรือไม่กินอาหาร ลอยตัว

2. อาการจากปรสิตเข้าเกาะตัวปลาจะมีเมือกมาก มีแผลตามลำตัว ตกเลือด ครีบเปื่อย จุดสีขาวตามลำตัว สีตามลำตัวซีดหรือเข้มผิดปกติเหงือกซีดว่ายน้ำทุรนทุราย ควงสว่านหรือไม่ตรงทิศทาง

3. อาการจากอาหารมีคุณภาพไม่เหมาะสม คือ ขาดวิตามินซี กระโหลกร้าว บริเวณใต้คางจะมีการตกเลือด ตัวคด กินอาหารน้อยลง ถ้าขาดวิตามินบีปลาจะว่ายน้ำตัวเกร็งและชักกระตุก

4. อาการจากคุณภาพน้ำในบ่อดิน ไม่ดี ปลาจะว่ายน้ำขึ้นลงเร็วกว่าปกติลอยหัวครีบกร่อนเปื่อยหนวดหงิก เหงือกซีดและบวม ลำตัวซีด ไม่กินอาหาร ท้องบวม มีแผลตามตัวอนึ่ง ในการรักษาโรคปลาควรจะได้พิจารณาให้รอบคอบก่อนการตัดสินในการเลือกใช้ยาหรือสารเคมี สาเหตุของโรค ระยะรักษา ค่าใช้จ่ายในการรักษา

5. การป้องกันโรค การเกิดโรคของปลาดุกที่เลี้ยงมักจะเกิดจากปัญหาคุณภาพของน้ำในบ่อเลี้ยงไม่ดี ซึ่งอาจเกิดจากสาเหตุของการให้อาหารมากเกิน ไปจนอาหารเหลือเน่าเสีย เราสามารถป้องกัน ไม่ให้เกิดโรคได้โดยต้องหมั่นสังเกตว่าเมื่อหยุดกินอาหารจะต้องหยุดให้อาหารทันที เพราะปลาดุกลูกผสมนิสัยชอบกินอาหารที่ให้ใหม่โดยถึงแม้จะกินอิ่มแล้วถ้าให้อาหารใหม่อีก ก็จะคายหรือสำรอกอาหารเก่าทิ้งแล้วกินอาหารที่ให้ใหม่อีก ซึ่งปริมาณอาหารที่ให้ไม่ควรเกิน 4 – 5 % ของน้ำหนักตัวปลา

วิธีป้องกันการเกิดโรค

ในปลาดุกลูกผสมที่เลี้ยง

1.ควรเตรียมบ่อและน้ำตามวิธีการที่เหมาะสมก่อนปล่อยลูกปลา

2. ซื้อพันธุ์ปลาจากแหล่งที่เชื่อถือได้ ว่าแข็งแรงและปราศจากโรค

3. หมั่นตรวจดูอาการของปลาอย่างสม่ำเสมอถ้าเห็นอาการผิดปกติต้องรีบหาสาเหตุและแก้ไขโดยเร็ว

4. หลังจากปล่อยหลาเลี้ยงแล้ว 3 – 4 วัน ควรสาดน้ำยาฟอร์มาลิน 2 – 3 ลิตร/ปริมาตรน้ำ 100 ตันและหากปลาที่เลี้ยงเกิดโรคพยาธิภายนอกให้ แก้ไขโดยสาดน้ำยาฟอร์มาลินในอัตรา 4 – 5 ลิตร/ปริมาตร น้ำ 100 ตัน

5. เปลี่ยนถ่ายน้ำจากระดับก้นบ่ออย่างสม่ำเสมอ

6. อย่าให้อาหารจนเหลือ

 

ปลาดุกอุยที่เป็นโรค

 credit: http://www.fisheries.go.th/if-phayao/web2/index.php?option=com_content&view=article&id=23&Itemid=32

แสดงความคิดเห็น »

ติดตาม

Get every new post delivered to your Inbox.